ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ

 

ในปัจจุบันโรคนอนหลับผิดปกติ และโรคลมชัก เป็นโรคที่เริ่มรู้จักกันมากขึ้นด้วยความรู้จากสื่อด้านต่างๆ ที่ความสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะชน เพราะมีจำนวนผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้วยเหตุและผลดังกล่าวโรงพยาบาลกรุงเทพจึงระดมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ เปิดศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์โรคลมชัก โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มุ่งพัฒนาต่อเนื่องมา 20 ปี เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการนอนหลับผิดปกติและผู้ป่วยโรคลมชัก เพราะโรคทั้งสองมีผลอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยของทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และสังคม

เมื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยดูแลรักษาที่ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ ท่านจะได้ทราบสาเหตุอาการของโรคดังต่อไปนี้

  • ทราบสาเหตุทางกายภาพ เมื่อตรวจหาความผิดปกติของสมองในทุก ๆ มิติ ว่าเกิดขึ้นในส่วนไหน เพื่อเลือกวิธีรักษาโรคลมชักที่ถูกต้อง
  • หากมีอาการเหม่อลอย ความจำหายไปชั่วคราว ท่านจะได้รับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตว่านั่นเป็นอาการของโรคลมชักแฝงหรือไม่
  • การวิจัยว่าเป็นโรคลมชักแล้วรับประทานยาแค่นั้นยังไม่พอ ควรตรวจสอบให้รู้ว่าเป็นโรคลมชักชนิดไหน ชักจากจุดไหนในสมอง
    ด้วยเทคโนโลยีเครื่อง EEG fMRI ร่วมกับ PET SCAN เมื่อรู้ตำแหน่งแพทย์จะสามารถให้ยาหรือผ่าตัดได้ถูกต้องในการรักษาคนไข้
  • หากคุณอาการนอนกรน หลับไม่สนิท หยุดหายใจขณะนอนหลับ ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้ทราบสาเหตุ
    เพราะอาจเป็นความเสี่ยงสำคัญนำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยที่ร้ายแรงได้
  • อาการง่วงเหงาหาวนอน นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ผล็อยหลับโดยไม่รู้ตัว ..ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัย
    ควรใส่ใจรีบหาสาเหตุมิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายหากต้องขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานกับเครื่องจักร
  • คุณจะได้ทราบว่าทำไมเราจึงให้บริการตรวจคนไข้ที่มีปัญหาผิดปกติในระหว่างการนอนและโรคลมชักทุกเพศทุกวัย
    ด้วยห้องตรวจสลีปแล็บ (Sleep Lab) ในการมอนิเตอร์คนไข้ 24 ชั่วโมง ที่ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ

 

ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ เปิดให้บริการสำหรับผู้ป่วยทั้ง 2 ด้าน เปิดให้บริการ 8 ห้องตรวจ แบ่งเป็นตรวจการนอนหลับ 4 ห้อง ตรวจลมชัก 4 ห้อง พร้อมห้อง Control Room และเจ้าหน้าที่เทคนิคการนอนเพื่อดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์ตรวจการนอนหลับ เน้นการให้บริการตรวจสุขภาพการนอนหลับ เพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายระหว่างการนอนหลับ  เช่น ระบบการหายใจ  ระดับออกซิเจนในเลือด  การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และกล้ามเนื้อ รวมถึง ศึกษาพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับ การตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการนอนผิดปกติ นอนกรน นอนมากผิดปกติ การหายใจผิดปกติ และมีภาวะผิดปกติในการนอนร่วมด้วย เช่น นอนละเมอ หรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายในขณะนอนหลับ ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการตาเหลือก กัดฟัน ใบหน้ากระตุก มีอาการเกร็งระหว่างนอนหลับ ฯลฯ เรามีบริการตรวจการนอนหลับ Sleep lab สำหรับการนอนหลับในตอนกลางคืน (Night Sleep Lab) และการตรวจในห้องมืดช่วงกลางวัน (Day time sleep lab) มีเจ้าหน้าที่เทคนิคการนอนเพื่อดูแลผู้ป่วยและปรับระดับความดันของเครื่อง CPAP ขณะการตรวจรักษาตลอด 24 ชั่วโมง ฯลฯ มีการตรวจประเมินช่วงหลับและช่วงตื่นโดยการวัดหาค่าจากกราฟ Actigraphy เป็นอุปกรณ์พิเศษคล้ายนาฬิกาที่ใส่ติดตัวไว้กับข้อมือของผู้ป่วย ทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมการนอนหลับของผู้ป่วยได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืนได้ แล้วนำมาอ่านผลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ

 


ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 4 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (อาคาร R)
โทร. 0 2755 1307 หรือ โทร.1719 แฟกซ์: 0 2310 3105
Email: info@bangkokhospital.com 

วันและเวลาทำการ

วันจันทร์ - วันศุกร์ 07:00 - 20:00 น.

วันเสาร์ - อาทิตย์  07:00 - 17.00 น.

 

การเข้ารับรักษา และบริการของศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ

โรคลมชัก หรือโรคคลื่นไฟฟ้าสมองผิดปกติ เป็นโรคที่ผู้ป่วยมีอาการแสดงต่าง ๆ กันไป ไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยอาการชักเพียงอย่างเดียว  เมื่อมาที่ศูนย์โรคลมชัก จะได้รับการตรวจวินิจฉัยดูแลรักษาในกรณีต่อไปนี้

  1. ตรวจวินิจฉัย หาสาเหตุทางภาพ ตรวจหาความผิดปกติของสมองว่าเป็นในส่วนไหน เพื่อตรวจหาสาเหตุของการเป็นโรคลมชักให้ครบในทุก ๆ มิติ 
  2. สอบประวัติผู้ป่วย การตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมองร่วมกับวิธีการตรวจหลาย ๆ อย่างร่วมกัน เพื่อหาตำแหน่งในสมองที่ทำให้เกิดการชัก เพื่อให้ได้ผลการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ทางศูนย์ฯจึงให้ความสำคัญในการตรวจวินิจฉัยเป็นหลัก นำไปสู่การเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพราะถ้ารักษาไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจจะมีอาการแย่ลง และเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
  3. ผู้ป่วยบางคนมีอาการเหม่อลอย ความจำหายไปชั่วคราว เพราะเป็นอาการหนึ่งของโรคลมชัก ลักษณะอาการของโรคนี้คืออาการชักแบบเหม่อลอย ชักแบบเกร็งกระตุก ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ทั้งขณะที่หลับและตื่น
  4. ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยบางรายที่มีอาการวูบ ทั้งที่ไม่เคยชักระตุก ไม่เคยเป็นลมชัก แต่มีอาการวูบ เกร็งกระตุก ทรุดล้ม ซึ่งเกิดขึ้นได้กับคนไข้โรคลมชัก การชักบ่อยๆ ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพ ทางความคิด สติปัญญาความจำลดลง และที่น่าอันตรายยิ่งกว่าคือโรคลมชักนั้นมักแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดัน และโรคสมองเสื่อมอีกด้วย
  5. ตรวจวินิจฉัย คนไข้ที่มีการชักเวลานอนหลับ ซึ่งการมาหาหมอตรวจวินัยจัยโดยการใช้คลื่นไฟฟ้าตามปกติอาจไม่พบอะไร เพราะคลื่นสมองในกรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นตอนนอนหลับอย่างเดียว จึงต้องเข้ารับการตรวจใน EMU (EEG monitoring unit) โดยจะให้ผู้ป่วยมานอนตรวจเพื่อบันทึกภาพวิดีโอและคลื่นไฟฟ้าสมอง โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชม.
  6. ตรวจวินิจฉัย โดยการทำ MRI สแกนในโรคลมชัก โดยตัดภาพสแกนให้บางขึ้นเพื่อตรวจดูในเนื้อสมองเล็ก ๆ หารอยโรคในสมอง ซึ่งรอยโรคในสมองอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็ก เพราะเซลล์สมองบอบบางมาก สามารถเกิดรอยแผลได้ จากการกระทบกระเทือนในวัยเด็กเพียงเล็กน้อย เช่น คลอดลำบาก คลอดแล้วรกพันคอ หรือการขาดออกซิเจน มีอาการป่วยบ่อย มีไข้สูงเวลาชักนาน ๆ เหล่านี้ทำให้เซลล์สมองได้รับความกระทบกระเทือน เกิดแผลเป็นขึ้นมา แล้วเซลล์สมองส่วนนั้นก็เหี่ยวไป ถึงสมองจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทน แต่สร้างทดแทนอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม เรามักจะพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นสาเหตุทำให้ชัก
  7. ตรวจวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจทางกัมมันตรังสีเรียกว่า Ictal SPECT ซึ่งเป็นเครื่องสแกนอีกแบบหนึ่ง ร่วมกับการฉีดสารเข้าไปขณะที่คนไข้กำลังชัก ทำให้ได้ตำแหน่งข้อมูลจุดกำเนิดของการชักที่ชัดเจนมากขึ้น ช่วยทำให้แพทย์วางแผนในการผ่าตัดได้ตรงจุด
  8. การทำคลื่นไฟฟ้าสมองที่เครื่อง MRI Scanโดยติดอุปกรณ์คลื่นไฟฟ้าสมอง HEAD BOX  ซึ่งเครื่องนี้สามารถบันทึกข้อมูลว่าสมองเราทำงานอย่างไร เพื่อช่วยในการหาตำแหน่งของการเกิดโรคลมชักได้ชัดเจนขึ้น

 

โปรแกรมการรักษาผู้ป่วยโรคนอนลมชัก

  • รักษาด้วยการกินยา
  • การผ่าตัดรักษา
  • ใช้ไฟฟ้ากระตุ้น

 

ผู้ป่วยที่ควรเข้ารับการดูแลรักษาที่ศูนย์และคลินิกโรคลมชัก

  1. ผู้ป่วยที่มีอาการชัก
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการวูบหลับ
  3. ผู้ป่วยที่มีอาการเหม่อลอย ความทรงจำหายไปชั่วขณะ
  4. ผู้ป่วยที่มีอาการเกร็ง กระตุก
  5. ผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่าตนเองมีอาการชักจริงหรือไม่ (ลมชักแฝง...โรคใกล้ตัวของคนอดนอน)
  6. ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจวินิจฉัยเพราะต้องการดูแลสุขภาพ

 

จุดเด่นของศูนย์ลมชัก

  1. ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ
  2. ตรวจรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง ในการตรวจรักษาโรคลมชัก
  3. อยู่ภายใต้การการกำกับดูแลของศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ ที่ได้รับมาตรฐานการรับรองในระดับสากล
  4. ความน่าเชื่อถือและความใส่ใจของศูนย์ฯที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมานาน 20 ปี

 

เทคโนโลยีที่ศูนย์ฯ ใช้ในการรักษาและวินิจฉัยโรคลมชัก

  1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG-fMRI) เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการหาตำแหน่ง การเกิดโรคได้ตรงจุด (อ่านรายละเอียด)
  2. การตรวจแบบ Ictal SPECT เป็น วิธีการตรวจทางกัมมันตรังสี จะช่วยให้ได้ตำแหน่งการเกิดโรคที่ชัดเจนมากขึ้น และทำให้แพทย์วางแผนในการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น
  3. การตรวจด้วยเครื่อง PET Scan เป็นเทคโนโลยีในการตรวจเซลล์สมองที่มีความผิดปกติ สามารถชี้ตำแหน่งที่มีความผิดปรกติได้อย่างตรงจุด
  4. ห้อง EMU (EEG monitoring unit) สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรอดูอาการขณะชัก โดยจะมีการบันทึกภาพวิดีโอและคลื่นไฟฟ้าสมอง ข้อมูลผู้ป่วยจะไปปรากฏที่ห้อง Control Room ทีมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง คอมพิวเตอร์จะส่งสัญญาณทันที หากคนไข้มีอาการชัก และแพทย์ผู้ดูแลสามารถล็อกอินเข้ามาดูอาการผู้ป่วยจากบ้านได้อีกด้วย

ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 4 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (อาคาร R)
โทร. 0 2755 1307 หรือ โทร.1719 แฟกซ์: 0 2310 3105
Email: info@bangkokhospital.com

วันและเวลาทำการ

วันจันทร์ - วันศุกร์: 07:00 - 20:00 น.

วันเสาร์ - อาทิตย์: 07:00 - 17.00 น.

 

 

อย่าละเลยอาการนอนกรน หายใจเสียงดังขณะนอนหงาย กระสับกระส่ายหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นตอนดึก ขาขยุกขยิก หยุดหายใจเป็นพักๆ หรือพลิกตัวเนื่องจากหายใจไม่ออก อ่อนเพลีย ง่วงนอนตอนกลางวัน หลับในขณะขับรถ ปวดหัวเมื่อตื่น พบบ่อยโดยเฉพาะในคนอ้วนที่มีผนังคอหนา เนื้อเยื่อในช่องคอหย่อนตัวขณะนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น หยุดหายใจขณะหลับอาจเสี่ยงเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น หากสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจในขณะหลับควรรับการตรวจยืนยันสาเหตุจากแพทย์เฉพาะทาง

 

การเข้ารับรักษาและบริการที่ศูนย์ฯ

  1. เข้ารับการตรวจใน SLEEP LAB ของศูนย์ เพื่อวินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งคนไข้ต้องผ่าน การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ใต้คาง และขา ตรวจการกลอกของลูกตา ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดลมหายใจทางปากและจมูก ร่วมกับความสามารถของกล้ามเนื้อหน้าอกและท้องที่ใช้ในการหายใจ 
  2. หากพบว่าคนไข้มีภาวะนอนหลับที่ผิดปกติ พบมีอัตราการหยุดหายใจ แพทย์จะใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบนที่รียกว่าCPAP เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
  3. ให้ผู้ป่วยนำเครื่องมือตรวจที่เรียกว่าActigraphy ซึ่งลักษณะเหมือนนาฬิกาข้อมือ นำกลับไปที่บ้าน เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวของร่างกาย และติดตามพฤติกรรมคนไข้ขณะหลับเพื่อแปรผลช่วงหลับตื่น โดยผู้ป่วยจะต้องสวมเครื่องมือที่ข้อมือข้างที่ผู้ป่วยไม่ถนัด นานต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ที่บ้าน เครื่องมือนี้จะบันทึกการเคลื่อนไหวห่างกันในทุก 1 – 5วินาที  ข้อมูลที่ได้ก็จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อประเมินวงจรการหลับ – การตื่น ร่วมกับการตรวจ sleep test  โดยแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และอ่านผล เพื่อวางแผนการรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย  

 

โปรแกรมการรักษาผู้ป่วยโรคนอนหลับผิดปกติ

  • รักษาด้วยการกินยา
  • การใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่ดี โดยการใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบนที่รียกว่าCPAP เพื่อเปิดทางเดินหายใจและการให้คนไข้นำเครื่องมือตรวจที่เรียกว่า Actigraphy  กลับไปบ้านของการเคลื่อนไหวของร่างกาย ติดตามพฤติกรรมคนไข้ขณะหลับเพื่อแปรผลช่วงหลับตื่น และนำผลมาวิเคราะห์และอ่านผล วางแผนการรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย
  • การผ่าตัด โดยแพทย์จะเช็คโครงสร้างใบหน้าว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ในกรณีของเด็กเล็ก มักจะมีปัญหาต่อมทอนซิลใหญ่ทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดซึ่งมีโอกาสหายได้

 

ผู้ป่วยที่ควรเข้ารับการดูแลรักษาที่ศูนย์และคลินิกโรคนอนหลับผิดปกติ

  1. ผู้ที่มีภาวะการนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ
  2. คนที่มีภาวะง่วงหลับผิดปกติในช่วงกลางวัน (โรคลมหลับ Narcolepsy)
  3. ผู้ที่นอนไม่หลับ

 

จุดเด่นของศูนย์ตรวจการนอนหลับผิดปกติที่แตกต่างจากโรงพยาบาลอื่น ๆ

  1.  ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ
  2. ตรวจรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงในการตรวจรักษาโรคนอนหลับผิดปกติ
  3. ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชัก อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล
  4. ศูนย์สามารถเปิดให้บริการผู้ป่วยที่จะมารักการตรวจรักษาได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
  5. SLEEP LAB ที่มีประสิทธิภาพและพัฒนามาต่อเนื่อง 16 ปี
  6. ทีมงานเฉพาะทาง ที่สามารถรองรับได้ทั้งผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่

 

เทคโนโลยีที่ศูนย์ใช้สำหรับรักษาและวินิจฉัยโรคนอนหลับผิดปกติ

  1.  Sleep Lab เพื่อวินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งคนไข้ต้องผ่าน การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ใต้คาง และขา ตรวจการกลอกของลูกตา ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดลมหายใจทางปากและจมูก ร่วมกับความสามารถของกล้ามเนื้อหน้าอกและท้องที่ใช้ในการหายใจ
  2. เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบนที่รียกว่าCPAP เพื่อเปิดทางเดินหายใจ ช่วยลดอาการหยุดหายใจในขณะหลับ ลมที่เป่าเข้าไปจาก CPAP จะไปช่วยถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก
  3. เครื่องมือตรวจที่เรียกว่าActigraphy ซึ่งมีลักษณะเหมือนนาฬิกา เป็นการเคลื่อนไหวของร่างกาย ที่ติดตามพฤติกรรมคนไข้ขณะหลับเพื่อแปรผลช่วงหลับตื่น โดยจะสวมเครื่องมือที่ข้อมือข้างที่ผู้ป่วยไม่ถนัด นานต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ที่บ้าน เครื่องมือนี้จะบันทึกการเคลื่อนไหวห่างกันในทุก 1 – 5 วินาที ข้อมูลที่ได้ก็จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อประเมินวงจรการหลับ - การตื่นร่วมกับการตรวจ sleep test  โดยแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และอ่านผล เพื่อวางแผนการรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย
  4. การตรวจหาภาวะง่วงมากในกลางวัน โดยการตรวจ Multiple Sleep Latency Test (MSLT) เพื่อหาสาเหตุของโรคง่วงหลับกลางวัน

ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 4 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (อาคาร R)
โทร. 0 2755 1307 หรือ โทร.1719 แฟกซ์: 0 2310 3105
Email: info@bangkokhospital.com

วันและเวลาทำการ

วันจันทร์ - วันศุกร์: 07:00 - 20:00 น.

วันเสาร์ - อาทิตย์: 07:00 - 17.00 น.

 

 

ภาวะวูบหลับโดยไม่รู้สาเหตุ เพิ่มมากขึ้น ใน 1 ปี พบผู้ป่วยที่มาปรึกษาแพทย์จำนวน 400-500 คน

อย่าลืมว่าคนที่อ้วนมากๆ จะนอนกรนทุกคน แต่คนผอมๆ ก็มีโอกาสนอนกรนได้เช่นกัน

ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยที่พบความผิดปกติทางสมองเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรน

อาการนอนกรน  เกิดในขณะนอนหลับ กล้ามเนื้อคอจะผ่อนคลายและหย่อนตัว ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง จะทำให้เกิดการสั่นของเนื้อเยื่อคอ การสั่นดังกล่าวทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น

ใครจะเชื่อว่านอนกรนจะเสี่ยงต่อชีวิตโดยเฉพาะภาวะการหยุดหายใจขณะหลับ พบได้ทุกเพศทุกวัย และบ่อยขึ้น

นอนละเมอ ปัจจุบันความผิดปกติจากการนอนหลับ เช่น อาการนอนกรน นอนไม่หลับ หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติขณะนอนหลับ พบมากขึ้นเรื่อยๆ และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

บ่อยครั้งที่หลายคนละเลยและมองข้ามความผิดปกติของร่างกาย เช่น นอนกรน หยุดหายใจขณะนอนหลับ ง่วงนอนมากผิดปกติ และลมชัก จนลุกลามถึงขั้นสมองเสื่อม ความจำถดถอย ทั้งที่ความจริงแล้วร่างกายของคุณส่งสัญญาณเตือนอยู่บ่อยๆ

สุขลักษณะการนอนที่เหมาะสม

อาการง่วงเหงาหาวนอน  นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ผล็อยหลับโดยไม่รู้ตัว ..ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยจากโรคลมหลับ

โรงพยาบาลกรุงเทพได้เปิดศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้คุณตรวจเช็กสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ กันไว้ดีกว่าแก้ ว่าไหมคะ

อาการนอนกรน...หลับไม่สนิท ไม่เต็มอิ่ม โดยเฉพาะเกิดกับคุณผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามไปง่ายๆ เพราะอาจเป็นความเสี่ยงสำคัญนำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยร้ายแรงได้

ร่างกายของเราทุกคนต้องนอนหลับพักผ่อนตามตารางของนาฬิกาชีวิต แต่จะหลับอย่างไรจึงจะดีต่อสุขภาพมากที่สุด แล้วตื่นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่น

การนอนไม่หลับ

Friday, April 1 , 2016 | Viewer: 1668

“การนอนไม่หลับ” เป็นภาวะที่บั่นทอนสุขภาพของคนเรา และส่งผลกระทบทั้งการเรียน การทำงาน รวมถึงคุณภาพชีวิต 

เคยสงสัยตัวเองกันบ้างไหมว่าบางครั้งนอนไปตั้งเยอะเมื่อคืนนี้ทำไมนั่งๆ ทำงานอยู่แล้วยังง่วงตลอดเวลาอยู่ได้ ไม่ใช่ง่วงแบบหลังทานข้าวหรือแค่ง่วงตอนช่วงบ่ายๆ แต่เป็นง่วงตลอดเวลาเลยน่ะ

โรคต่างๆเกี่ยวกับการนอนหลับผิดปกติ (Sleep Disorders)เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนไข้เกือบทุกวัยไม่ว่าจะมีอาการนี้ในระยะสั้น (acute) หรือเป็นเรื้อรัง (chronic) สามารถเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้

ผลของการอดนอน

Wednesday, June 22 , 2016 | Viewer: 4779

เราถูกสอนกันมานานแล้วว่าคนเราต้องนอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ข้อมูลปัจจุบันพบว่าคนส่วนใหญ่อาจไม่ต้องนอนให้ถึง 8 ชั่วโมงก็ได้ แต่ต้องเป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพเพียงพอ

รพ.กรุงเทพ ขยายการบริการวินิจฉัยเฉพาะโรค เปิดศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ (Bangkok Sleep & Epilepsy Center) พร้อมดูแลผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีอย่างครบครัน

อาการสูญเสียความจำชั่วคราว เหม่อลอยเป็นพักๆ นอนตื่นสาย อาจ "ไม่ใช่" เรื่องเล็กๆ อย่างที่หลายคนคิดเพราะนี่คือสัญญาณของ "โรคลมชัก"

นอนไม่หลับ ภัยร้ายสุขภาพ

โรคนอนไม่หลับ แพทย์ต้องอาศัยการซักประวัติผู้ป่วยเป็นหลัก โดยแพทย์จะซักถามรายละเอียดของการนอนไม่หลับ อกจากนี้แพทย์จำเป็นต้องตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียด

การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยวินิจฉัยภาวะนอนไม่หลับ

การนอนไม่หลับนั้นมีผลกระทบต่อคนอย่างไร

โรคนอนไม่หลับในวัยทำงาน

ทำไมมนุษย์รวมถึงสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดจึงต้องนอนหลับ

แบบประเมินความง่วง

Monday, November 23 , 2015 | Viewer: 3629