ศูนย์โรคภูมิแพ้และหอบหืด

 

เปิดให้บริการเพื่อรองรับผู้ป่วย ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ความรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยมุ่งมั่นให้บริการผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และหอบหืดแบบครบวงจรทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ครอบคลุมทั้งในด้านวินิจฉัยอาการ การรักษา การให้ยา และการฉีดยากระตุ้นภูมิ ตลอดจนการให้คำปรึกษา ให้ความรู้ รวมทั้งดูแลอย่างใกล้ชิด ภายใต้การดำเนินงานอย่างมีมาตรฐานจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่เปี่ยม-คุณภาพ และมีประสบการณ์ยาวนานในการรักษาโรคภูมิแพ้และหอบหืดโดยเฉพาะ

 

ควรพบแพทย์ภูมิแพ้เมื่อใด ?

  • เป็นหวัดบ่อยๆ
  • จามบ่อย น้ำมูกไหล คัดจมูก คันคอ หรือมีเสมหะลงคอ โดยเฉพาะเวลาอากาศเปลี่ยน
  • หายใจลำบาก ไซนัสอักเสบ ติดเชื้อบ่อย
  • ปวดศีรษะบ่อยๆ เหนื่อยง่ายผิดปกติ ร่วมกับอาการหวัด
  • มีผื่นคันที่ผิวหนังแบบเรื้อรัง หรือเป็นลมพิษ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
  • มีอาการเตือนของโรคหอบหืด เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หายใจเสียงดังวี้ด ไอ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือหลังออกกำลังกาย
  • เป็นโรคหอบหืดและอยู่ในระหว่างการรักษา แต่อาการไม่ดีขึ้นและเกิดขึ้นบ่อย
  • แพ้อาหาร หรือแพ้ยา
  • รับประทานยา Antihistamine หรือยาตัวอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเกิดผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย ง่วงซึม หงุดหงิด
  • เคยใช้วิธีอื่นเช่น สมุนไพร รับประทานอาหารแบบแมคโคไบโอติก ฝังเข็ม นวดกดจุด หรืออื่นๆแล้วไม่ได้ผล
  • งานและบริการของศูนย์ภูมิแพ้ และหอบหืดกรุงเทพ :
  • โรคภูมิแพ้และหอบหืด เป็นโรคที่มีความหลากหลายมาก ตั้งแต่สาเหตุการเกิดโรค ซึ่งแตกต่างตามอายุ ลักษณะอาการ และชนิดของโรค ซึ่งมีทั้งชนิดไม่รุนแรง เพียงแต่รบกวนสร้างความรำคาญ หรือลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวัน และชนิดที่รุนแรงมากซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น การให้บริการของศูนย์โรคภูมิแพ้และหอบหืดกรุงเทพ   จึงประกอบด้วยภารกิจต่างๆ ดังต่อไปนี้

    • การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ (ทดสอบภูมิแพ้) :
    • การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะแพ้อากาศ หวัดเรื้อรังและไซนัส
    • การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหอบหืด หรือไอเรื้อรัง ไอเป็นชุดๆ ในเด็ก และผู้ใหญ่
    • การประเมินสภาพอาการหอบหืดที่มีสาเหตุซับซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบ ภาวะกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารผิดปกติ หรือสาเหตุจากยาลดความดัน
    • การประเมินสภาพของโรคไซนัสเรื้อรัง และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
    • การประเมินสภาพของผู้ป่วยที่แพ้อากาศ อาหาร หรือสารเจือปนในอาหาร
    • การประเมินสภาพผื่นลมพิษที่เกี่ยวกับภูมิแพ้ และแพ้อาหาร
    • การประเมินสภาพของภูมิแพ้ที่มีสาเหตุหลากหลาย
    • การจัดโปรมแกรมการศึกษาเรื่องหอบหืด
    • การตรวจการแพ้ยา
    • การตรวจการแพ้เหล็กไนของแมลง

 

การทดสอบภูมิแพ้ คืออะไร ?

  • การทดสอบภูมิแพ้ เป็นวิธีเพื่อทดสอบให้ท่านทราบว่า สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม มีชนิดใดบ้างที่เป็นตัวกระตุ้น ทำให้ท่านมีอาการของ โรคภูมิแพ้ เกิดขึ้น เพื่อที่ท่านจะได้หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างถูกต้อง และเพื่อเป็นการวางแผนการรักษาต่อไป

 

วิธีการทดสอบภูมิแพ้ทำอย่างไร ? 

  • Skin Test = การสะกิดผิวหนังโดยแพทย์จะหยดน้ำยาที่ต้องการทดสอบลงบนผิวหนังแล้วใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อให้น้ำยาสามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนัง การสะกิดจะไม่มีบาดแผล ทิ้งไว้นาน 15 นาที ถ้าท่านแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใด จะเกิดปฏิกิริยา นูน-บวม-แดง คล้ายตุ่มยุงกัด ของผิวหนังบริเวณตำแหน่งที่หยดน้ำยาชนิดนั้นๆ
  • Rast Test = การตรวจเลือดหาภูมิต้านทานที่ทำให้เกิดการแพ้ วิธีนี้ต้องเจาะเลือดไปตรวจ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทดสอบทางผิวหนัง,ใช้เวลานานกว่า และจะทำในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถทดสอบทางผิวหนังได้      

 

ถ้าจะทดสอบ (Skin Test) ต้องเตรียมตัวอย่างไร ? 

  • ท่านต้องงดยาแก้แพ้ แก้หวัด แก้ไอ แก้คัน ทุกชนิด 3-7 วันก่อนมา ซึ่งแล้วแต่ชนิดของยาแต่ละตัว
  • ในกรณีที่ท่านใช้ยาพ่นต่างๆ เช่นยาพ่นจมูก หรือยาพ่นสูด สามารถใช้ได้จนถึงวันนัด ไม่จำเป็นต้องงด
  • ไม่ต้องงดน้ำ และอาหาร

 

บทความศูนย์โรคภูมิแพ้ และหอบหืดกรุงเทพ

 

ศูนย์โรคภูมิแพ้ และหอบหืดกรุงเทพ
เปิดบริกา วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 - 16.00 น.  โทร. 1719
Email: info@bangkokhospital.com

หนึ่งในโรคยอดนิยมที่เป็นกันมากในทั่วโลกคือ โรคภูมิแพ้ เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทันเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ไม่เพียงช่วยให้สังเกตอาการเบื้องต้นได้ ยังหมายถึงการดูแลป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม

เรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ แต่บอกได้ว่าเป็น “ภูมิแพ้ผิวหนัง”

ในกลุ่มของโรคทั้งหลายที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคหวัดภูมิแพ้ ถือว่าเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตรุนแรงที่สุด หรือกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูก จามบ่อย คันตา คันคอ น้ำมูกใสไหลเอง

งด ฉีดยาภูมิแพ้ เมื่อท่านมีอาการไม่สบาย เจ็บป่วย หรืออ่อนเพลีย ดังต่อไปนี้ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย ลมพิษ ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น