ศูนย์ศัลยกรรม

 

 

ศูนย์ศัลยกรรมให้บริการรักษาโรคที่ ต้องผ่าตัด และโรคที่ไม่ต้องผ่าตัด มุ่งเน้นที่การป้องกัน รักษาและการฟื้นฟูภายใต้การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ศัลยกรรม วิสัญญีแพทย์ พยาบาลและแพทย์สาขาอื่นที่ร่วมดูแล เช่น อายุรแพทย์ โดยให้การดูแลแบบเฉพาะทางศัลยกรรม นอกจากนี้ยังมีการดูแลรักษาโรคอื่นๆ ที่พบได้บ่อยดังนี้

  •  ปวดท้องเฉียบพลัน เช่น ไส้ติ่ง ลำไส้อุดตัน
  • เส้นเลือดขอด

  •  แผลประเภทต่างๆ
  •  นิ่วถุงน้ำดี
  •  ไส้เลื่อน
  •  ก้อนผิดปกติตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 

บริการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ซึ่งมุ่งเน้นความปลอดภัย และให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งมีการผ่าตัดหลายวิธี ได้แก่

 

 

  • การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะ
  • ศัลยกรรมทรวงอก

  • ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก

  • ศัลยกรรมตกแต่ง

  • ศัลยกรรมเต้านม

  • ศัลยกรรมเปลี่ยนตับ

  • ศัลยกรรมระบบประสาท

  • ศัลยกรรมตับ และทางเดินน้ำดี

  • ศัลยกรรมหลอดอาหาร

  • นิติเวชศาสตร์

  • ศัลยกรรมส่องกล้อง

  • ศัลยกรรม หู คอ จมูก ศีรษะ และลำคอ
  •  ผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดไส้เลื่อน

 

โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้นำวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาใช้ คือเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ(3D Laparoscopic Surgery) เข้ามาช่วยแพทย์ในการรักษาคนไข้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความแม่นยำในการ ผ่าตัดมากขึ้น ซึ่งการผ่าตัดโดยใช้กล้อง 3 มิตินี้ สามารถใช้ได้กับการผ่าตัดทั่วไป โดยมีหลักการคือ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดเชิงลึกของอวัยวะต่างๆ ได้ชัดเจนตรงจุดมากขึ้น เสมือนมองด้วยตาตัวเอง แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยเพิ่มความแม่นยำและปลอดภัยในการผ่าตัด

 

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทางการแพทย์ และมีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ และ รพ.กรุงเทพได้นำเข้ามาใช้ในเมืองไทยเป็นที่แรกๆ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการขยายบริการไปสู่ระดับนานาชาติ สอดรับกับนโยบายของประเทศที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบริการด้าน สุขภาพในภูมิภาคนี้


สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์ศัลยกรรม เกี่ยวกับ อาการไส้เลื่อน ไส้ติ่ง โรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร. 02-310-3000 หรือ โทร 1719
Email: info@bangkokhospital.com

 

 

คุณเป็นโรค “อ้วน” หรือไม่

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อ้วนลงพุง แขนขาใหญ่ อาจไม่ใช่เกณฑ์ว่าคุณเป็น ‘โรคอ้วน’  เพราะคนอ้วนทุกคนไม่ใช่คนป่วย แต่ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายและมีปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเกินมาตรฐาน ร่วมกับมีโรคแทรกซ้อน* เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ นอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะปอดทำงานผิดปกติ หลอดเลือดสมองขาดเลือด ข้อเข่าเสื่อม โรคถุงน้ำดี ไขมันพอกตับ เป็นต้น ถือว่าคุณมีภาวะผิดปกติ เป็น “โรคอ้วน Obesity

 

อ้วนแค่ไหน? อาจต้องผ่าตัด

ข้อบ่งชี้ว่าคุณมีภาวะผิดปกติเป็น ‘โรคอ้วน’ ควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด

1. ปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย โดยใช้เครื่อง Body Composition Evaluation

- ผู้ชาย มีปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย > 25%

- ผู้หญิง มีปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย > 30%

 

2. ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI)

วิธีการคำนวณ คือ   BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง2 (เมตร)

- Thai BMI range คนไทย มีดัชนีมวลกาย BMI = 37.5
   BMI > หรือ = 32.5 ร่วมกับมีโรคร่วมอย่างน้อย 2 โรค*

- International BMI range คนต่างชาติ มีดัชนีมวลกาย BMI = 40
   BMI > หรือ = 35 ร่วมกับมีโรคร่วมอย่างน้อย 2 โรค*

 

BMI=Kg/M2

ตัวอย่างการคำนวนหาค่า BMI: หากคุณสูง 1.60 เมตร และมีน้ำหนัก 120 กิโลกรัม BMI = 46.9

 

ความหมายของตัวเลขเกณฑ์ดัชนีมวลกาย (BMI)

  • Thai BMI range 18.5-22.9   
  • International BMI range 22=130 pounds

น้ำหนักปกติ
Normal Weight

  • Thai BMI range 25-29.9      
  • International BMI range 26 = 152 pounds

น้ำหนักเกิน
Over Weight

  • Thai BMI range 30-39.9      
  • International BMI range 30 = 170 pounds

โรคอ้วน
Obese

  • Thai BMI range > 40      
  • International BMI range 40 = 234 pounds

โรคอ้วนขั้นรุนแรง
Morbidly Obes

 

สอบถามเพิ่มเติม คลินิกศัลยกรรมทั่วไป โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร. 02-310-3000 หรือ โทร 1719

 

โปรแกรมคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย(BMI)